กองหลังวัย 18 ปียอมรับว่า เขาทำงานหนักมากกว่าที่เคย เพื่อตามให้ทันรุ่นพี่ในทีมชุดใหญ่ในการฝึกซ้อม
เขายังได้กล่าวเสริมว่า ถ้าหากจะต้องการเป็นนักเตะที่ดีที่สุด คุณต้องเผชิญหน้ากับนักเตะที่ดีที่สุด - นั่นคือเรื่องพื้นฐาน
“ความเร็วเป็นสิ่งที่ผมยากสำหรับผม ผมไม่คุ้นชิน” ฮาร์วูด-เบลลิส กล่าว
“ตอนที่ผมขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ครั้งแรก ผมช้ากว่าพวกเขา 2-3 หลา”
“ในช่วงเวลา 2-3 เดือนนี้ ผมได้ขึ้นมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่ และนั่นทำให้ผมพัฒนาขึ้นมากในฐานะนักเตะ มากกว่าที่เคยเป็นมาก่อน”
“แมตช์ที่คุณลงเล่นในสนามซ้อม อาจจะเป็นแมตช์ที่ยากที่สุดที่คุณจะเจอตลอดฤดูกาล!”
“ความเร็วที่พวกเขาเล่น การผ่านบอลที่พวกเขาทำ และนั่นคือสิ่งที่ผมมุ่งมั่นในทุกวัน”
“นั่นเป็นสิ่งที่ผมอยากจะทำในปีหรือสองปีข้างหน้า ผมอยากให้นักเตะอะคาเดมี่ ที่กำลังจะก้าวขึ้นมาในทีมชุดใหญ่ มองมาที่ผมและพูดว่า ‘เขาซ้อมได้ดีในทุกวัน เขาซ้อมด้วยความเร็วแบบนั้นทุกวัน’ และอยากให้น้อง ๆ รู้ว่ามันเป็นไปได้สำหรับนักเตะอะคาเดมี่ ที่จะสามารถทำแบบนี้ได้”

เด็กหนุ่มจากย่านสต็อคพอร์ท เป็นอีกหนึ่งคนในกลุ่มดาวรุ่ง ที่จะสามารถก้าวตามรอยเท้าของฟิล โฟเด้น
โคล พาลเมอร์, ทอมมี่ ดอยล์ และ เฟลิกซ์ เอ็นเมชา คือดาวรุ่งมากความสามารถ ซึ่งได้ถูกดันขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ ณ ตอนนี้
จนถึงตอนนี้ ฮาร์วูด-เบลลิส ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ไปแล้ว 6 นัด และเขากล่าวว่าเขาได้เรียนรู้ในทุก ๆ ครั้งที่ได้ลงเล่น
ในฤดูกาลนี้ เขาได้ลงเล่นพบกับบอร์นมัธ และ เบิร์นลีย์ในเกมคาราบาว คัพ
“บอร์นมัธแตกต่างออกไปนิดหน่อย เพราะผมไม่ได้ลงเล่น 90 นาทีเลยมา 9 เดือน” เขากล่าว
“ผมตามความเร็วไม่ทัน แต่ในหัวผมรู้ว่าจะต้องทำอะไร เพราะผมมาอยู่ตรงนี้แล้ว”
“ผมได้ลงเล่นในเกมกับเพรสตัน นอร์ธ เอนด์, อ็อกฟอร์ด และถึงแม้จะได้ลง 10 นาทีในแชมป์เปี้ยนส์ลีก แต่ผมก็ได้เรียนรู้อย่างมากจากประสบการณ์นี้”

“ผมรู้ดีว่าต้องทำอะไรในการพบกับบอร์นมัธ และผมรู้สึกมั่นใจมากขึ้น”
“ผมเรียนรู้มากขึ้นในสภาพแวดล้อมของทีมชุดใหญ่ เป็นส่วนหนึ่งในทีมชุดใหญ่ เรียนรู้ในสิ่งที่ต้องทำ เพื่อให้เก่งขึ้น”
“เรียนรู้ในทุก ๆ วัน ลงเล่นไปถ้าคุณฟิตพอ และคุณสามารถลงเล่นได้ตลอด 90 นาที นั่นเป็นสิ่งที่แตกต่าง”